หัวข้อ
หลังผ่าตัดลดโหนกแก้มแล้ว กระดูกแยกออกจากกัน? ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาวะกระดูกโหนกแก้มไม่ติด และสาเหตุที่แท้จริงวันที่
2026-10-13วิว
5
Medical Column
คอลัมน์ ศัลยกรรม AB
หลังผ่าตัดลดโหนกแก้มแล้ว กระดูกแยกออกจากกัน? ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาวะกระดูกโหนกแก้มไม่ติด และสาเหตุที่แท้จริง
ศัลยแพทย์ โจดงพิล
สวัสดีครับ ผมศัลยแพทย์ โจดงพิล จากโรงพยาบาลศัลยกรรม AB ครับ
วันนี้ผมจะมาพูดถึงภาวะหนึ่งที่อาจพบได้จากการตรวจ CT Scan หลังการผ่าตัดลดโหนกแก้ม นั่นก็คือ การพบช่องว่างระหว่างกระดูก ซึ่งหลายคนมักเข้าใจว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดปรับโครงหน้า ที่เรียกว่า “ภาวะกระดูกโหนกแก้มไม่ติด” (Zygomatic Bone Nonunion)
เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า ภาวะกระดูกไม่ติดหลังผ่าตัดลดโหนกแก้มเกิดขึ้นได้อย่างไร มีสาเหตุจากอะไร และสามารถแก้ไขได้หรือไม่
Q. หากพบช่องว่างระหว่างกระดูกหลังผ่าตัดลดโหนกแก้ม หมายความว่าเกิดภาวะกระดูกไม่ติด 100% หรือไม่?
การผ่าตัดปรับโครงหน้าสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ การผ่าตัดลดกราม การผ่าตัดปรับคาง และการผ่าตัดลดโหนกแก้ม
สำหรับการผ่าตัดลดกราม โดยทั่วไปจะไม่ใช้คำว่า “ภาวะกระดูกไม่ติด” เนื่องจากไม่ได้เป็นการผ่าตัดที่จำเป็นต้องยึดกระดูกสองส่วนเข้าด้วยกันในลักษณะเดียวกับการผ่าตัดโหนกแก้มหรือคาง
ในกรณีของการผ่าตัดลดโหนกแก้มและการผ่าตัดปรับคาง ซึ่งจำเป็นต้องมีการยึดกระดูกเข้าด้วยกัน หากพบช่องว่างระหว่างกระดูก บางครั้งอาจถูกเรียกว่าเป็นภาวะกระดูกไม่ติด
อย่างไรก็ตาม การพบช่องว่างระหว่างกระดูกจากภาพ CT Scan ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นภาวะกระดูกไม่ติดเสมอไป
Q. ภาวะกระดูกโหนกแก้มไม่ติด เกิดจากสาเหตุอะไร?
ภาวะกระดูกโหนกแก้มไม่ติดหลังการผ่าตัดสามารถเกิดขึ้นได้จาก 4 สาเหตุหลัก ดังนี้
1. โรคประจำตัวหรือภาวะที่ส่งผลต่อการฟื้นตัวของกระดูก
ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดอาจมีการสมานตัวของกระดูกช้ากว่าปกติ ส่งผลให้กระดูกบริเวณที่ผ่าตัดไม่สามารถเชื่อมติดกันได้อย่างสมบูรณ์
2. การยึดตรึงกระดูกไม่มั่นคงหรือไม่แม่นยำเพียงพอ
หากกระดูกไม่ได้รับการยึดตรึงอย่างมั่นคง หรือมีการยึดกระดูกในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดภาวะกระดูกไม่ติดได้
รวมถึงกรณีที่อุปกรณ์ยึดตรึงกระดูก เช่น หมุดยึดกระดูก หรือแผ่นไทเทเนียม (Titanium Plate) มีความแข็งแรงไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถยึดกระดูกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้
3. ความเสียหายของกระดูกจากความร้อนระหว่างการผ่าตัด
โดยทั่วไป การผ่าตัดปรับโครงหน้าจะใช้อุปกรณ์เฉพาะทางในการตัดกระดูก
หากระหว่างการตัดกระดูกเกิดความร้อนสูงมากเกินไป อาจส่งผลให้เนื้อเยื่อกระดูกได้รับความเสียหาย
แม้ว่าจะมีการยึดตรึงกระดูกอย่างมั่นคงแล้วก็ตาม แต่หากกระดูกได้รับความเสียหายจากความร้อน ก็อาจทำให้เกิดภาวะกระดูกไม่ติดได้เช่นกัน
4. การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดไม่เหมาะสม
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกระบวนการสมานตัวของกระดูก หากไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลหลังผ่าตัดอย่างเหมาะสม ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกไม่ติดได้
ทั้ง 4 ข้อนี้ถือเป็นสาเหตุหลักที่อาจทำให้เกิดภาวะกระดูกโหนกแก้มไม่ติดหลังการผ่าตัดครับ
Q. หากเกิดภาวะกระดูกโหนกแก้มไม่ติด จะมีอาการอย่างไร?
อาการของภาวะกระดูกโหนกแก้มไม่ติดอาจแตกต่างกันไปตามระยะเวลาหลังการผ่าตัด โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะหลัก
ระยะแรกหลังการผ่าตัด
ผู้ป่วยอาจรู้สึกหรือได้ยินเสียงกระดูกเสียดสีกัน รวมถึงเสียงคล้ายกระดูกขยับหรือกระทบกันภายในบริเวณที่ผ่าตัด
ระยะหลังการผ่าตัด เมื่ออาการบวมลดลงแล้ว
เมื่ออาการบวมยุบลง ผู้ป่วยบางรายอาจสังเกตพบความผิดปกติขณะสัมผัสบริเวณโหนกแก้ม เช่น รู้สึกถึงร่องหรือช่องว่างระหว่างกระดูก
ดังนั้น อาการที่เกิดจากภาวะกระดูกโหนกแก้มไม่ติดอาจแตกต่างกันระหว่างช่วงแรกและช่วงหลังของการฟื้นตัวครับ
Q. หากเกิดภาวะกระดูกโหนกแก้มไม่ติด สามารถแก้ไขได้อย่างไร?
โดยทั่วไป ผู้ป่วยอาจไม่สามารถสังเกตหรือระบุภาวะกระดูกโหนกแก้มไม่ติดได้ด้วยตนเองอย่างชัดเจน
ในทางการแพทย์ หากพบช่องว่างระหว่างกระดูกประมาณ 3–5 มิลลิเมตร ในบางกรณีกระดูกอาจยังสามารถสมานตัวได้ในระหว่างกระบวนการฟื้นตัวหลังผ่าตัด
แต่หากพบช่องว่างระหว่างกระดูกมากกว่าระดับดังกล่าว แนะนำให้เข้ารับการตรวจ CT Scan เพื่อประเมินสภาพกระดูกอย่างละเอียด
หากแพทย์ประเมินแล้วพบว่ากระดูกไม่สามารถสมานตัวได้เอง อาจจำเป็นต้องพิจารณาผ่าตัดแก้ไข เพื่อปรับตำแหน่งและยึดตรึงกระดูกให้เหมาะสม
ทั้งนี้ การตัดสินใจว่าจะต้องผ่าตัดแก้ไขหรือไม่ จำเป็นต้องพิจารณาจากสภาพกระดูก ระยะเวลาหลังผ่าตัด และผลการตรวจของผู้ป่วยแต่ละรายร่วมกัน
การป้องกันภาวะกระดูกโหนกแก้มไม่ติด ด้วยเทคนิคการยึดตรึงกระดูกสองจุด (Double Fixation)
ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง AB เราให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดลดโหนกแก้ม โดยเลือกใช้ เทคนิคการยึดตรึงกระดูกสองจุด (Double Fixation)
เทคนิคดังกล่าวมุ่งเน้นการลดช่องว่างระหว่างรอยตัดกระดูกให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมยึดตรึงกระดูกบริเวณที่ตัดและปรับแต่งอย่างมั่นคงทั้งสองจุด
เพื่อช่วยลดโอกาสที่กระดูกจะเกิดการเคลื่อนตัวหรือแยกออกจากกันในระหว่างการฟื้นตัวหลังผ่าตัด
นอกจากนี้ การยึดตรึงกระดูกสองจุดยังมีส่วนช่วยเพิ่มความมั่นคงของโครงสร้างกระดูกระหว่างกระบวนการสมานตัว ซึ่งอาจช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวและลดความเสี่ยงของปัญหาแก้มหย่อนคล้อยหลังผ่าตัดได้อีกด้วย
การเปรียบเทียบภาพ CT Scan ก่อนและหลังการผ่าตัดลดโหนกแก้ม
วันนี้เราได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะกระดูกโหนกแก้มไม่ติด ซึ่งเป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดลดโหนกแก้มกันแล้วนะครับ
เนื่องจากการผ่าตัดปรับโครงหน้าเป็นการผ่าตัดที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปหน้าได้อย่างชัดเจน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง AB เรามุ่งเน้นการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด และวางแผนการผ่าตัดให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และมุ่งหวังให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและน่าพึงพอใจมากที่สุด
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเข้ารับคำปรึกษากับศัลยแพทย์ตกแต่งผู้มีประสบการณ์ เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนการผ่าตัดให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผ่าตัดลดโหนกแก้ม สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-1288 หรือ LINE ID @ABTHAI เพื่อรับการปรึกษาเบื้องต้นได้เลยครับ
Writer.